สมัครเรียนพิเศษ โทร. 080-235-9724

Line id: natpisa.ki

Image Alt

เทคนิคลับ…การทำข้อสอบอย่างเซียน!!

  /  บทความน่ารู้   /  เทคนิคลับ…การทำข้อสอบอย่างเซียน!!
พิชิตadmission

เทคนิคลับ…การทำข้อสอบอย่างเซียน!!

เทคนิคลับ…การทำข้อสอบอย่างเซียน!!

น้องๆปวดหัวมั้ย? กับการทำข้อสอบในห้องอยู่หลายๆชั่วโมง คิดไปคิดมาก็ทำไม่ได้เสียที จนปัญญาที่จะตอบข้อนี้จริงๆ เรียนก็ไม่เคยเรียน ไม่เคยแม้แต่จะผ่านตา แล้วจะตอบช้อยส์ไหนหล่ะทีนี้ เห้อ … เชื่อได้ว่าน้องๆหลายคนคงเจอกับปัญญานี้บ่อยมากจนแทบจะปลงทุกครั้งที่สอบเลยใช่ไหมล่ะคะ
แต่ฟังนี่ให้ดีๆ!! พี่ติวเตอร์จุฬาฯ( upupgradetutor) มีกลเม็ดเด็ดดวงที่เชื่อว่าถ้าน้องได้อ่านวิธีต่อไปนี้แล้ว รับรองได้ว่าปัญหาปวดใจเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีกเลยในทุกสนามสอบ เพราะถ้ามัวแต่เดาแบบมั่วๆ ไม่มีหลักการ ภาวนาขอพร พึ่งดวงอย่างเดียว คะแนนเราคงลดฮวบแน่ๆ วันนี้พี่เลยมีเทคนิคระดับหัวหน้าเซียนที่เขาใช้กันเพื่อฉุดคะแนนน้องๆขึ้นมาอย่างมีหลักการ เราตามไปดูเทคนิคเหล่านี้กันเลยดีกว่า

1. ดูภาพรวมของข้อสอบ
ก่อนที่จะเริ่มทำข้อสอบ น้องๆควรเปิดพลิกข้อสอบให้หมดทุกหน้าเพื่อดูหน้าตาของข้อสอบก่อน จะได้เห็นภาพรวมชัดเจนยิ่งขึ้นว่าข้อสอบไปในทิศทางไหน เช่น ข้อสอบวิทยาศาสตร์ แบ่งเป็นฟิสิกส์ เคมี ชีวะกี่ข้อ หรือถ้าเป็นข้อสอบภาษาอังกฤษ มีส่วนของ reading กี่ข้อ เป็นต้น (เป็นข้อดีในการแบ่งเวลาในการทำข้อสอบให้ทันด้วยนะจ๊ะ) ทั้งนี้การดูภาพรวมทำให้เราประเมินได้ด้วยว่าเราจะทำข้อไหนก่อนหลัง

2.ทำข้อที่ทำได้ก่อน
เมื่อเราเห็นข้อสอบทุกข้อแล้ว เราจะรู้โดยอัตโนมัติเลยว่าข้อไหนยาก ข้อไหนง่าย ทีนี้แหละเราก็เริ่มทำข้อสอบได้เลยโดยไล่เก็บจากข้อที่เราทำได้ก่อน เพราะหากเราทำข้อยากๆก่อน เราจะมัวแต่กังวลกับข้อยาก ครุ่นคิดหาคำตอบจนทำข้ออื่นไม่ทันอีกด้วย แถมข้อง่ายยังเพิ่มกำลังใจในการทำข้อสอบของเราด้วยว่า ‘ก็มีข้อที่เราทำได้อยู่นะ’ ซึ่งกำลังใจสำคัญมากๆนะจ๊ะ

เพิ่มเติมอีกนิด : อย่าหันไปดูเพื่อนข้างๆเราหล่ะว่าเขาทำถึงไหนแล้ว เช่นพอหันไปเจอเขาทำถึงข้อ 30 อยู่ เราจะลุกลี้ลุกลน สติหายทันที แต่ที่จริงแล้วเขาอาจใช้เทคนิคทำข้อง่ายอยู่ก็เป็นได้

3.ตัดช้อยส์
ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่เบสิคที่สุดในการทำข้อยาก ซึ่งน้องๆก็สามารถทำได้ โดยพิจารณาดูแต่ละช้อยส์ว่าเราเคยผ่านตาอันไหนมาบ้าง ช้อยส์ไหนที่คิดว่าไม่ใช่ ตัดทิ้งได้เลยจ้า แล้วก็จะเหลือช้อยส์ที่ใช่อย่างน้อย 2 ช้อยส์ ทีนี้แหละใช้หลักการเดาง่ายๆเลย ซึ่งบางช้อยส์จะมีคำที่ขัดแย้งกันเอง เช่น ‘มากขึ้น-ลดลง’ ซึ่งต้องมีข้อใดข้อหนึ่งอาจถูกแน่ๆ น้องก็มีความน่าจะเป็นตอบถูก 50% แล้วใช่ไหมจ๊ะ (ซึ่งตอนแรกความน่าจะเป็นที่จะถูกมีแค่20-25%เอง)

4.”ถูกทุกข้อ” vs “ไม่มีข้อใดถูก”
น้องๆมักจะเห็นช้อยส์นี้มาตบท้ายตลอด เวลาผู้ออกข้อสอบนึกตัวเลือกไม่ออกในการสร้างคำตอบหลอกน้อง ดังนั้นพี่ติวเตอร์จะขอแนะนำทริคง่ายๆในการพิจารณาคำตอบทั้งสองแบบเลย โดย”ถูกทุกข้อ”มักจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง และสำหรับ “ไม่มีข้อใดถูก” มักเป็นช้อยส์หลอก ถ้าโจทย์ข้อนี้เป็นข้อยาก อย่าเลือกช้อยส์นี้นะจ๊ะ ให้ไปพิจารณาช้อยส์อื่นแทน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่า “ไม่มีข้อใดถูก” จะไม่ใช่คำตอบเสมอไป ใช้ความรู้ที่เรียนมาตัดสินก่อนเสมอ จำไว้!!

5.หนทางสุดท้าย ทิ้งดิ่งยังไงไม่ให้น่าเกลียด!!
เมื่อทำมาจนสุดทางแล้ว หาข้อง่ายๆทำก่อนก็แล้ว ตัดช้อยส์ก็แล้ว แต่ยังเหลือบางข้อที่ไม่สามารถตัดช้อยส์ได้ เพราะไม่เคยเห็นผ่านตามาก่อนในห้องเรียน ทีนี้แหละถึงเวลาเดาลูกเดียวค่ะ แต่อย่างที่บอกค่ะว่าต้องเดาอย่างมีชั้นเชิง โดยดูว่าข้อที่เราทำไปแล้วมีตอบช้อยส์ไหนน้อย เราก็ทำการกาช้อยส์นั้นในข้อที่เหลือได้เลย เช่น ข้อที่ทำไปแล้วมักตอบ ข. และ ค. ในสัดส่วนพอๆกัน ดังนั้นข้อที่เฟลือให้เราสุ่มตอบ ก. และ ง. ได้เลยจ้า เพราะคำตอบที่ถูกจะต้องเฉลี่ยๆกันในแต่ละชุดข้อสอบนั่นเอง

**อ่อ ละก็อีกนิดนะคะ ฟังดีๆ!!!! การทิ้งดิ่งเช่น ค. ทุกข้อ  สทศ.เค้ามีระบบในการดูว่าข้อสอบของน้อง ตอบแบบไหน ตอบเหมือนกับคนข้างหน้า หรือ คนข้างๆรึเปล่า ซึ่งการทิ่งดิ่งตอบช้อยส์เดียวกันติดๆกันหลายข้อ(ติดกันเกิน 5 ข้อ)นั้นไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งนะคะ และ อาจได้ 0 คะแนนคล้ายๆกับทุจริตได้

ดังนั้นอย่าทิ้งดิ่งนะคะ เอาตามเทคนิคที่บอกไปใช้เลยทำข้อที่แม่นก่อน หากข้อไหนไม่แม่นก็ทิ้งไว้ คราวนี้ก็มานับข้อที่แม่นว่าเราตอบอะไรไปบ้าง ก. ข. ค. ง. ซึ่งสมมติข้อที่แม่นเราไม่ค่อยมีคำตอบ ง. ก็แปลว่าโอกาสข้อที่ไม่แม่นลง ง. ค่อนข้างสูง แค่นี้เอง สู้ๆนะคะน้องๆ

ที่มารูปภาพ www.exam.in.th