สมัครเรียนพิเศษ โทร. 080-235-9724

Line id: natpisa.ki

Image Alt

May 2015

  /    /  May

12 ความจริงเกี่ยวกับ "โดราเอมอน" ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน 1. โดราเอมอนถูกระบายสีครั้งแรกด้วยสีเหลือง 2. โดราเอมอนเคยมีหูสองข้าง แต่ถูกหนูกัดหายไปเลย 3. หลังจากโดนกัดหู พิษของความเศร้าทำให้โดราเอมอนเปลี่ยนเป็นสีฟ้าจนทุกวันนี้ 4. โดราเอมอนถูกผลิตในวันที่ 3 กันยายน คศ 2112 ในโรงงานหุ้นยนต์ชื่อ Matsudhiba 5. ปีนี้คือปี 2015 อีกเพียง 97 ปี โดราเอมอนจะเกิดขึ้น   6. รหัสการผลิตของโดราเอมอนคือ MS-903 7. โดราเอมี่น้องสาวโดราเอมอนถูกผลิตให้มีกำลัง และแข็งแรงกว่าโดราเอมอน 8. ถ้าแปลกันตรงๆ โดราเอมอนอาจแปลได้ว่า แมวเพศผู้จรจัด 9. Noramyako (ノラニャー子) เคยเป็นแฟนของโดราเอมอน แต่เธอหักอกโดราเอมอนหลังจากโดราเอมอนถูกแมวกัดหูขาด 10. โดราเอมอนบ้าโดรายากิมาก และมักจะติดกับดักทุกอย่างที่มีโดารายากิมาล่อ 11. ในที่สุดโนบิตะก็แต่งงานกับชิซูกะ 12. แม้ว่าโดราเอมอนกับโนบิตะจะแก่ขนาดไหน พวกเราก็ยังรักเขาทั้งสองคน ที่มา http://says.com/my/fun/interesting-facts-about-doraemon-and-friends  

10 เคล็ดลับ เสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ตนเอง การที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต ทั้งกับการเรียน และการมีหน้าที่การงานที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่ผลการศึกษาที่ดี เราจำเป็นต้องมีบุคคลิกภาพที่ดีด้วย วันนี้จะขอนำเสนอการสร้างบุคคลิกภาพให้เกิดความมั่นใจ ให้คนอื่นมองเห็นการเป็นคนที่มีความมั่นใจของเรา มีหมัดเด็ด 10 ข้อง่ายๆ ที่จะสร้างบุคลิกที่มีความมั่นใจในตัวเองขึ้นมาได้ดังนี้ 1. หยุดเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น อย่าไปพยายามมีบุคคลิกเหมือนคนอื่น เพราะมันคงจะน่าเบื่อมากถ้าเกิดว่าทุกคนมีอะไรเหมือนๆกัน เราจำเป็นต้องดึงสิ่งที่เรามีไม่เหมือนใครออกมาให้ได้มากที่สุด 2. ชมเชยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ อาจจะเป็นการส่องกระจก ติชมสิ่งที่ดี หรือสิ่งที่เราชอบเกี่ยวกับตัวของเราที่คนอื่นไม่มี หรือแม้กระทั่งเขียนมันลงในบันทึก ชมตัวเอง เติมเต็มตัวเอง ให้เหมือนกับตอนเราชื่นชมในความสำเร็จของคนอื่น 3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยที่สุด 30 นาทีต่อครั้ง สัปดาห์ละ 2-3ครั้ง นอกจากสุขภาพจะดีแล้ว ร่างกายยังสมส่วน แข็งแรง กลามเนื้อแข็งแรง เผาผลาญความอ้วน แล้วความรู้สึกมั่นใจในสรีระของตนเองจะเพิ่มขึ่้นอย่างรวดเร็ว 4. ยิ้มบ่อยๆ การยิ่มไม่ใช่เพียงแค่ดึงดูดผู้อื่น แต่จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ดี เกิดการผ่อนคลาย รวมไปถึงการหลั่งของเอนโดรฟิน ทำให้เราเกิดอารมณ์ที่ไม่เครียด และมีความสุขกับตัวเอง และผู้อื่นในทุกๆขณะ 5.

 10 เทคนิคสำหรับการตัดสินใจเลือกอาชีพ(เลือกคณะ) การที่จะต้องตัดสินใจเลือกอาชีพ หรือคณะนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับน้องๆวัยเรียน เพราะในอนาคตเราอาจจะต้องอยู่กับสิ่งที่เราเลือกไปตลอด แน่นอนว่าเราอาจปรับเปลี่ยนทางเดินได้ระหว่างทาง แต่ถ้าเราเดินออกห่างจากทางที่เหมาะกับเราไปมากเกินไป เราก็คงต้องเหนื่อยกว่าคนอื่นในการที่จะต้องวกกลับมาสู่ทางเดินที่เหมาะสม ดังนั้นการเลือกได้ใกล้เคียงที่สุดในครั้งแรกย่อมทำให้เราเข้าใกล้ความสำเร็จได้รวดเร็ว และแน่นอนมากขึ้น บทความนี้จะขอสรุป 10 เทคนิคในการตัดสินใจเลือกเรียน จนถึงการเลือกวิชาชีพในอนาคต 1. ประเมินสไตล์การทำงานที่ตนเองชอบ เราอาจจะตั้งคำถามสั้นๆกับตัวเองว่าเราเป็นคนที่ชอบแวดบ้อมการทำงานแบบไหน เช่น ทำงานคนเดียว ทำงานเป็นทีม ทำงานโดยเป็นผู้ริเริ่มด้วยตนเอง ทำงานให้เสร็จตามคำสั่ง เป็นต้น เมื่อเราเลือกไสตล์การทำงานได้ เราก็เริ่มไปมองหารูปแบบของอาชีพที่เหมาะสมกับสไตล์ของเรา บางชีพต้อวร่วมงานกับคนหมู่มาก บางอาชีพอาจจะไม่เลย 2. หาความสามารถอันโดดเด่นของตัวเองให้เจอ วิธีที่ง่ายที่สุดคือมองดูงานอดิเรก หรือกิจกรรมยามว่างของเรา สิ่งที่เราชอบ และมักจะทำได้ดี จะเป็นในห้องเรียน นอกห้องเรียน กีฬา การอ่าน การเขียน การแสดง การร้องเพลง หรืออื่นๆ ลองมองเปรียบเทียบสิ่งที่เราชอบและทำได้ดีเหล่านี้ กับลักษณะอาชีพต่างๆ ถ้าหากว่าสอดคล้องกัน แสดงว่าเรามาถูกทางแล้ว 3. ตั้งเป้าเรื่องรายได้

วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกร สาขาไหนรุ่ง มาลองวิเคราะห์ดูกัน วันนี้เราจะมาดูกันครับว่าว่าที่นักวิทยาศาสตร์ และวิศวกรจบใหม่จาก ม.เกษตรศาสตร์ ในปัจจุบันนั้นคณะไหนรุ่ง สาขาไหนรุ่ง โดยเราจะใช้ตัวชี้วัดจากฐานเงินเดือนเฉลี่ยที่ได้จากการสำรวจครับ ก่อนอื่นจะเห็นได้ว่าในภาพรวมวิศวกรนั้นเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่าเพราะโดยรวมทุกสาขาวิชาแล้วนั้นค่าเฉลี่ยอยู่สูงกว่าสายวิทยาศาสตร์มากเลยทีเดียว นั่นก็เป็นเพราะว่านักวิทยาศาสตร์ปริญญาตรีนั้นยังไม่เป็นนักวิทยาศาสตร์โดยสมบูรณ์ดังเช่นประเทศชั้นนำ เช่น อเมริกา หรือ ญี่ปุ่น เป็นต้น นักวิทยาศาสตร์ในสองประเทศนี้จะต้องเรียนจนจบปริญญาเอกถึงจะกลายเป็นนักวิจัยเต็มตัว อย่างไรก็ตามทั้ง อเมริกา และญี่ปุ่น มีการจ้างงาน และอุตสาหกรรมที่รองรับอาชีพเหล่านี้ไว้พร้อม เพราะมีบริษัทที่ทำการวิจัยและพัฒนานั้นมีอยู่จำนวนมาก ประกอบกับเงินลงทุนในการค้นคว้าวิจัยนั้นมีอย่างมหาศาล แต่ถ้าเราลองมองกลับมาในประเทศไทย จะเห็นได้ว่าประเทศของเราแทบจะไม่มีสิ้นค้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เป็นแบรนด์คนไทยและส่งขายไปมากมายทั่วโลกเลย ดังนั้นความต้องการในการพัฒนาสิ่งใหม่ๆที่ทันสมัย ตอบนองความต้องการของโลก ก็ไม่มีอยู่เลย ซึ่งเป็นเหตุให้ความต้องการจ้างงานของนักวิทยาศาสตร์ก็จำเป็นต้องน้อยตามลงไปด้วย ในทางกลับกันสำหรับวิศวกรนั้นมักจะถูกฝึกทักษะให้เป็นนักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ต้องรู้ทฤษฎีมากมาย อาศัยความชำนาญ และความเคยชินจนกลายเป็นสัญชาตญาณ ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้ผลงานออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด เรียกง่ายๆว่าช่างฝีอมือนั่นเอง แน่นอนว่าประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่มีฐานการผลิตสินค้าเทคโนโลยีของบริษัทต่างชาติขน่าดใหญ่ที่สุดของ AEC ดังนั้นความต้องการช่างฝีมืออย่างวิศวกรจะยังคงอยู่ต่อไป มาถึงตอนนี้เราลองมาเจาะลึกแต่ละสาขาวิชาของทั้งสองคณะกันครับ ว่าสาขาไหนรุ่ง และนั่นมีสาเหตุมาจากอะไร สำหรับสายวิทยาศาสตร์จะเห็นได้ว่าสาขาที่เงินเดือนดูสูงกว่าเพื่อนสองอันดับแรกนั้นคือเคมี

เสียดายไม่ได้ดูก่อนเลือกเรียน!!! ตัวอย่างรายได้คณะต่างๆ อัพเดทล่าสุด(มี.ค. 58) !!! (ตอนที่ 1 ภาษาไหนมาแรง!!!) เนื่องด้วยทีมงานเห็นความสำคัญของอนาคตน้องๆ จึงนำผลสำรวจจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาเป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการตัดสินใจในการเข้าศึกษาต่อ ความชอบอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการเลือกคณะ แต่สำหรับใครหลายคน และความคาดหวังของผู้ปกครองก็อยากจะได้เงินเดือนที่สูงๆกันทั้งนั้น บางยุคบางสมัยสิ่งที่เราชอบอาจจะไม่ได้เป็นที่ต้องการของตลาดก็เป็นได้ ถ้าเราไม่ได้เก่งกาจ หรือมีความสามารถระดับชั้นนำของประเทศ เราอาจจะต้องหยุดพิจารณาฐานเงินเดือนเฉลี่ยเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกคณะ เลือกทางเดินของอนาคต อย่างที่นำมาให้ดู ณ ที่นี้ครับผม เมื่อเห็นภาพรวมของคณะต่างๆกันแล้ว เราลองมาดูสาขาย่อยๆหรือที่เรียกว่าภาควิชากันต่อ แน่นอนว่าแต่ละภาควิชาก็มีความต้องการของตลาดมากน้อยกันไปอีกเช่นกัน ถ้าดูทั้งคณะอาจจะยังไม่เห็นเด่นชัดเจน วันนี้เราจะเจาะลึกสาขาวิชาย่อยของคณะมนุษยศาสตร์กันจ้า คณะนี้จะได้ปริญญาณศิลปศาสตร์บัณฑิต และที่เห็นเด่นชัดก็คือสาขาวิชาด้านภาษา การโรงแรมและการท่องเที่ยว เป็นต้น จะเห็นว่าค่าเฉลี่ยคนที่จบด้านภาษาญี่ปุ่นมาแรงมาก แน่นอนว่าก็มีความสอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน เมื่อประเทศญี่ปุ่นยกเลิกวีซ่าให้คนไทย 15 วัน แถมยังมีสายการบิน low cost ที่ทำให้ใครๆก็สามารถบินไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ด้วยเที่ยวบินตรง ดังนั้นการท่องเที่ยว การขนส่ง รวมถึงการค้าขายอื่นๆ