สมัครเรียนพิเศษ โทร. 080-235-9724

Line id: natpisa.ki

Image Alt

December 2017

  /    /  December

การเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น ซึ่งไม่ค่อยน่าแปลกใจ เพราะผลการเรียนของนักเรียนไม่เพียงแต่เป็นไปในทางที่ดีขึ้น แต่ยังรวมถึงความเข้าใจในทางปฏิบัติของพวกเขาในสาขาวิชาต่างๆก็พัฒนาขึ้นไปด้วย มีหลายเหตุผลที่ทำไมการเรียนแบบตัวต่อตัวจึงมีผลกระทบในเชิงบวกต่อความสามารถของนักเรียน นี่คือข้อดี 8 ประการของการเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวสำหรับนักเรียน สามารถกำหนดบทเรียนเองได้ หนึ่งในข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดของการเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวคือ บทเรียนสามารถปรับแต่งได้ เพื่อให้เหมาะกับนักเรียนแต่ละคน ในขณะเรียนในโรงเรียนอาจจะเสียเปรียบกว่า ซึ่งผู้สอนจะให้ความสำคัญกับการสอนตามหลักสูตรการเรียนการสอน แต่ติวเตอร์ส่วนใหญ่จะปฏิเสธการสอนเหล่านี้ ผู้เรียนจะได้รับประโยชน์จากข้อเท็จจริงที่ว่าครูผู้สอนสามารถปรับจังหวะการโฟกัสและเป้าหมายของบทเรียนขึ้นอยู่กับความต้องการและความสามารถของนักเรียนซึ่งหมายความว่าประสิทธิภาพการเรียนรู้จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก นี่เป็นจุดสำคัญที่ควรทราบสำหรับนักเรียนที่มีความผิดปกติในการเรียนรู้เช่น dyslexia หรือ dyspraxia ครูสอนพิเศษที่ดีจะสามารถนำเรื่องนี้มาพิจารณาและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักเรียน การสอนแบบตัวต่อตัวต่อ ใช้เวลาและความใส่ใจมากกว่า ข้อดีที่ได้จากการเรียนตัวต่อตัวคือระยะเวลาในการเอาใจใส่ที่นักเรียนจะได้รับจากผู้สอน ในฐานะที่ผู้ปกครองจ่ายค่าเล่าเรียนแบบตัวต่อตัวเป็นรายชั่วโมง จึงทำให้ติวเตอร์สามารถให้ความสำคัญกับนักเรียนได้อย่างเต็มที่ นี่เป็นข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับชั้นเรียนของนักเรียนที่มีจำนวน 20 ถึง 30 คน ที่เวลาของครูถูกแบ่งออกไปให้นักเรียนแต่ละคนเท่าๆกัน ในส่วนนี้ ติวเตอร์จะสามารถแสดงความชื่นชมแก่นักเรียนและสามารถปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนของนักเรียนคนนั้นได้ ทำให้กระบวนการเรียนรู้ทั้งหมดมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเลือกครูผู้สอนได้ นักเรียนจะตอบสนองต่อครูที่เหมาะสมกับพวกเขาได้ดียิ่งขึ้นทั้งในด้านอารมณ์และการเรียนรู้ แตกต่างจากโรงเรียนที่นักเรียนส่วนใหญ่มีอารมณ์ร่วมน้อยมาก เนื่องจากในสถาบันของเรามีติวเตอร์สอนพิเศษหลากหลายรูปแบบ และแต่ละคนมีจุดเด่นและรูปแบบการสอนเป็ของตนเอง จึงจำเป็นต้องมีครูสอนพิเศษที่เหมาะสมกับนักเรียนทุกคน การหาครูสอนพิเศษที่ถูกต้องซึ่งสามารถมีส่วนร่วมและสร้างแรงบันดาลใจจริงๆสามารถสร้างความแตกต่างให้กับผู้เรียนได้ ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น ในฐานะที่เป็นการเรียนแบบส่วนตัว มักจะเป็นแบบหนึ่งต่อหนึ่ง

ข้อดีของการเรียนพิเศษออนไลน์ เมื่อผู้ปกครองส่วนใหญ่คิดว่า การติวสอนพิเศษ ต้องพาลูกๆไปติวที่บ้านของติวเตอร์ เพื่อให้พวกเขาใช้เวลาในแต่ละชั่วโมงจดจ่ออยู่กับหัวข้อที่เรียนพิเศษ เพื่อช่วยผลักดันคะแนนของพวกเขาให้เพิ่มขึ้น แต่ในยุคสมัยนี้นั้น เรามีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องนั่งรอลูกๆไปเรียนพิเศษข้างนอก แต่สามารถนั่งรอสบายๆอยู่ที่บ้านได้เลย เพราะการเรียนออนไลน์นั้นสามารถเรียนที่ไหนก็ได้ แค่มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ด้านล่างเป็นข้อดีหลักๆของการเรียนพิเศษแบบออนไลน์ มีความสะดวกสบายและยืดหยุ่นเวลาได้ คุณไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังบ้านของติวเตอร์หรือตามร้านกาแฟ ซึ่งคุณสามารถจัดสรรเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมในการติวให้กับเด็กๆได้ที่บ้านของคุณเอง โดยไม่ต้องคอยกังวลถึงระยะเวลาในการเดินทาง และคุณยังใช้เวลาตอนที่เด็กเรียน เพื่อทำงานบ้าน หรือทำกิจกรรมอื่นๆที่บ้านได้อีกด้วย มีความคุ้นเคยในการสอน ความคิดที่ว่าการเรียนผ่านเว็บไซต์ อาจทำให้คุณดูแปลกแยกจากผู้ปกครองทั่วไป แต่นี่เป็นเรื่องธรรมชาติของลูกๆคุณ เพราะปกติเด็กนักเรียนจะใช้ Skype หรือ Facetime ตลอดเวลาอยุ่แล้ว ดังนั้นเรื่องที่จะเรียนผ่านออนไลน์จึงไม่ใช่สิ่งที่ไม่คุ้นเคยสำหรับพวกเขา แต่ถ้าคุณกังวลว่าจะมีข้อจำกัดในการสอนออนไลน์ คุณก็ไม่ต้องห่วงเลย เพราะมีหลายหลายช่องทางในระหว่างการสอนที่ทำให้ติวเตอร์สามารถดูวิธีคิดและคำตอบของนักเรียน ว่านักเรียนเข้าใจที่เขาสอนไปหรือไม่อย่างไร โดยการแชร์หน้าจอและโต้ตอบคำถามกัน สามารถเปลี่ยนติวเตอร์ได้ บางทีปัจจัยที่เป็นประโยชน์มากที่สุดของการสอนออนไลน์ก็คือ การให้โอกาส เช่นเดียวกับการเรียนรู้ด้วยตัวเอง การใช้เว็บแคม หมายความว่า ผู้สอนยังคงสามารถมองเห็นว่าเด็กมีความกระตือรือร้นในการเรียนมากแค่ไหน นอกจากนี้ คุณยังไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับความสามารถของติวเตอร์ เพราะถ้าคุณเห็นว่าบุตรหลานของคุณเกรดไม่ดีขึ้น หรือคนนี้สอนไม่ดี เข้ากับลูกคุณไม่ได้ คุณก็มีโอกาสที่จะหาติวเตอร์คนอื่นที่เก่งกว่า สอนดีกว่า เข้ากับลูกคุณได้มากกว่าอีกด้วย มีผลตอบรับและการวัดผลได้ เมื่อพูดถึงการสอนพิเศษ การวัดผลอาจเป็นเรื่องยากที่จะนำมาใช้ประเมินความสำเร็จของนักเรียน เพราะคุณไม่เพียงแต่ต้องการให้แน่ใจว่าลูกของคุณได้รับการดูแลอย่างดีจากติวเตอร์ แต่คุณยังต้องมั่นใจด้วยว่า ลูกๆได้รับการดูแลอย่างดีจากคุณครูที่โรงเรียนด้วย ดังนั้นการสอนออนไลน์บางที่

เทคนิคช่วยเพิ่มความจำก่อนสอบ น้องๆหลายคนคงกำลังประสบปํญหากับความจำของตัวเองที่จำอะไรไม่ค่อยได้เลย เวลาอ่านหนังสือสอบใช่มั้ยคะ? วันนี้พี่แอดมินมีเทคนิคช่วยเพิ่มความจำมาฝาก ไปดูกันเลยจ้า ตื่นเช้ามาอ่านหนังสือ - แทนที่น้องๆจะอ่านหนังสือจนดึกๆดื่นๆ ให้เปลี่ยนเวลามาเป็นตื่นเช้าขึ้นอีกนิด เพื่อมาอ่านหนังสือจะดีกว่านะคะ เพราะตอนเช้าๆสมองของเราจะปลอดโปร่ง ช่วยให้จำได้ดีมากกว่าตอนดึกที่เราเพลียมาทั้งวันและง่วงมากแล้ว ออกกำลังกายตอนเช้า - ไหนๆก็ตื่นเช้ากันแล้ว แบ่งเวลาอีกสักนิด สัก 20-30 นาที มาออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองกันดีกว่านะคะ จะเดินเร็วๆหรือจะวิ่งเหยาะๆรอบหมู่บ้านก็ได้จ้า เข้านอนให้เป็นเวลา - เด็กๆควรนอนให้ครบวันละ 8 ชม.นะคะ เพื่อสุขภาพที่ดี และความจำที่ดี ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในทุกๆวัน ทานอาหารที่มีประโยชน์ - ผักผลไม้สดนี่ขาดไม่ได้เลยนะคะ อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน ช่วยบำรุงสมอง และยังช่วยให้ผิวพรรณดี เปล่งปลั่ง หน้าดูใส น้องๆจะได้ดูหน้าเด็กไปนานๆนะคะ พยายามไม่เครียด - หรืออยู่ห่างจากความเครียด คือไม่หาเรื่องเครียดๆมาใส่สมอง

เคล็ดลับการเรียนดี ตาดู หูฟัง สมองคิด จิตใจจดจ่อ ไม่เข้าใจให้ถาม กลับถึงบ้านทบทวน ประโยคนี้พี่แอดมินได้มาจากคุณครูท่านหนึ่งสมัยเรียนประถม ท่านให้ท่องจำขึ้นใจมาจนถึงตอนนี้เลย ซึ่งน่าจะประมาณ เกือบ 20 ปีมาแล้ว 555+ น้องๆหลายคนอาจจะท้อแท้เวลาเรียนแล้วไม่เข้าใจ ทำการบ้านไม่ได้ เกรดก็ไม่ดี งั้นเราลองมาทำตามสูตรเด็ดประโยคนี้ดีมั้ย รับรองว่าการเรียนของน้องๆต้องดีขึ้นแน่ๆ ตาดู หูฟัง 2 ข้อนี้ต้องทำไปพร้อมๆกันนะจ๊ะ ในระหว่างที่คุณครูสอน น้องๆก็จะต้องมองบนกระดานดำที่ครูเขียนเนื้อหา หูก็ต้องฟังคำอธิบายจากครูไปด้วย ไม่ใช่ว่าตาดูแต่หูไม่ฟัง ไปฟังเพื่อนข้างๆคุย กันแทน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเพื่อนก็จะกำลังนินทาคนอื่นอยู่ ทำให้เราอยากฟังมากกว่าที่ครูพูด แบบนี้ไม่ดีนะจ๊ะ น้องจะฟังไม่เข้าหู เรียนไม่รู้เรื่อง เกิดคุณครูบอกแนวข้อสอบขึ้นมา ถือว่าพลาด เลยนะ! สมองคิด จิตใจจดจ่อ นอกจากตาต้องดู หูต้องฟังแล้ว ยังต้องใช้สมองคิดตามที่ครูพูดด้วย เพื่อให้การเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกัน ต้องมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วย ห้ามเหม่อลอยคิดถึงเรื่องอื่น เช่น เย็นนี้จะไปเตะบอลกับเพื่อนๆ จะต้องรีบไปต่อแถวซื้อยากิโซบะหน้าโรงเรียน