สมัครเรียนพิเศษ โทร. 080-235-9724

Line id: natpisa.ki

Image Alt

Author: upupgrade

  /  Articles posted by upupgrade

มีอยู่หลายครั้งที่นักธรณีวิทยาได้ค้นพบซากพิชและซากสัตว์ต่างๆมากมายอยู่บนยอดเขา สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างหนึ่งว่า ครั้งหนึ่งภูเขาคงจะเคยเป็นพื้นพิภพใต้ทะเลมาก่อนเป็นแน่ ตามลักษณะที่นักธรณีวิทยาสันนิษฐานแล้วเชื่อว่า ภูเขาบางลูกนั้นเกิดจากการทับถมกันของชั้นตะกอนที่มีน้ำหนักเป็นล้านๆตันที่ทับถมกันอยู่ใต้ท้องทะเล เมื่อน้ำหนักของชั้นตะกอนมีมากขึ้นก็จะไปกดเปลือกโลก เป็นเหตุให้เปลือกโลกเกิดการดันตัวขึ้นมากลายเป็นภูเขา ส่วนประกอบของภูเขาแต่ละลูกนั้นมีลักษณะที่ไม่เหมือนกัน หากเป็นภูเขาที่ประกอบด้วยหินปูนและหินทรายเป็นส่วนใหญ่ ภูเขานั้นจะมีลักษณะชันและแหลมมาก เหมือนเขาแอลป์ ในยุโรปก็เป็นภูเขาประเภทนี้ ส่วนภูเขาที่เกิดจากการระเบิดของหินภายในเปลือกโลก เช่นหินแกรนิต จะไม่ชันมาก เพราะภูเขาประเภทนี้อายุมากแล้ว

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า เมื่อลมพัดผ่านผิวน้ำจะทำให้เกิดคลื่น คลื่นนั้นจะไปกระทบกับหน้าผา ความแรงของคลื่นจะขึ้นอยู่กับความเร็วของลม เมื่อลมพัดแรง คลื่นจะแรงจัดตามไปด้วย เมื่อคลื่นไปกระทบกับหน้าผาแล้ว ทำให้หินดินทรายบริเวณที่ถูกคลื่นกระทบนั้นเริ่มกร่อนไปทีละน้อย นานวันเข้า หินดินทรายบริเวณนั้นก็จะถูกน้ำพัดออก และกลายเป็นโพรงที่มีขนาดใหญ่ ในที่สุดก็จะกลายเป็นถ้ำ หากบริเวณที่คลื่นพัดไปกระทบนั้นเป็นหินแกร่งมาก น้ำก็ไม่สามารถจะเซาะได้ จะทำให้น้ำที่กระทบหินนั้นวนไปบริเวณข้างเคียง แล้วเซาะหินบริเวณข้างเคียงที่ออนกว่าและกลายเป็นถ้ำจนได้

ในทุกวันจะปรากฎมีน้ำขึ้นน้ำลงวันละ 2 ครั้ง น้ำขึ้นและน้ำลงเป็นผลมาจากแรงดึงดูดระหว่างโลกและดวงจันทร์ ดวงจันทร์ที่เป็นบริวารของโลกนั้น เมื่อหมุนผ่านไปยังจุดใดของโลก จะทำให้น้ำบนผิวโลกขึ้นพร้อมกัน 2 ส่วน ส่วนที่เป็นบริเวณที่อยู่ตรงกับดวงจันทร์ และอีกส่วนหนึ่งคือบริเวณที่อยู่ตรงข้ามกับจุดที่มีน้ำขึ้นนั้น ในรอบ 1 ปี จะมีน้ำขึ้นมากที่สุด 2 ครั้ง ซึ่งปรากฎการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์โคจรมาอยู่ใกล้โลกมากที่สุด เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า ระยะน้ำขึ้นสูง