สมัครเรียนพิเศษ โทร. 080-235-9724

Line id: natpisa.ki

Image Alt

สอนการบ้าน Tag

  /  Posts tagged "สอนการบ้าน"

ทำไมนักเรียนต้องมีการบ้าน มีประโยชน์ หรือเสียเวลาเปล่า? ประโยชน์ของการบ้านเป็นที่ถกเถียงของครู และพ่อแม่ มานานหลายปี บ้างก็ว่าการบ้านทำให้นักเรียนไม่มีเวลาและได้รับความกดดันอย่างไม่จำเป็น แต่บ้างก็ว่าการมีการบ้านจะทำให้เด็กรู้จักคิดเมื่ออยู่ลำพังนอกห้องเรียน อย่างไรก็ตามบทความนี้จะทำการสรุปประโยชน์และโทษของการบ้านไว้อย่างละ 5 ข้อหลักๆดังนี้ ประโยชน์ของการบ้าน 1. การบ้านจะทำให้ครูกับนักเรียนสนิทกันมากขึ้น ก่อนเริ่มเรียน หรือหลังเรียน นักเรียนที่ไม่เข้าใจคำสั่ง หรือทำไม่ได้ สามารถที่จะหาเวลาปรึกษาครูให้ชี้แนะแนวทางให้สามารถทำการบ้านได้ 2. การบ้านจะทำให้ให้นักเรียนสนิทกับพ่อแม่มากขึ้น เพราะเมื่อเราทำการบ้านที่บ้าน แล้วทำไม่ได้ คนที่จะช่วยเราทำได้ก็คือพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่ทำไม่ได้ท่านก็จะหาทางขวนขวายสิ่งต่างๆมาเพื่อพัฒนาความรู้ให้เราสามารถทำการบ้านและเรียนทันในที่สุด เรียกว่าพ่อแม่สำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาของลูกในวัยเด็ก 3. การบ้านที่ดีจะทำให้เราได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบ ได้ทำโจทย์ได้ลองผิดลองถูก ได้แลกเปลี่ยนความรู้วิธีทำกับเพื่อนๆ 4. การบ้านฝึกความรับผิดชอบ นักเรียนต้องส่งการบ้านอย่างตรงเวลามิฉะนั้นจะถูกทำโทษ 5. การที่พ่อแม่ได้เห็นลูกทำการบ้าน จะได้ทำให้สามารถติดตามพัฒนาการเรียนรู้ของลูกได้ดี เมื่อเห็นจุดด้อยจะช่วยเสริมได้ทันเวลา ถ้าเห็นจุดเด่นก็จะได้สนับสนุนได้ถูกฐาน หรือถ้ามาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนไม่ดีก็จะได้โยกย้ายได้ทันเวลา โทษของการบ้าน 1. เรียนในห้องก็เยอะแล้วทำไมต้องมาเครียดที่บ้านอีก เวลาที่บ้านควรใจพักผ่อนกายใจให้สบายก่อนไปเริ่มต้นเรียนรู้วันใหม่ในห้องมิใช่ต้องมานั่งปั่นการบ้านดึกดื่นแล้วไปนอนในห้องเรียนแทน 2. ลดเวลาในการอยู่กับครอบครัว

ย้อนกลับไปเมื่อผมยังเด็ก ผมเป็นเด็กบ้านนอก อยู่ต่างจังหวัด และไม่ใช่อำเภอเมือง อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 30กิโลเมตรเห็นจะได้ การเรียนในโรงเรียนประถมนั้นสุดแสนจะง่าย การเตะฟุตบอล และแอบออกไปเล่นเกมส์ นั้นเป็นเรื่องหลักของการใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียน (เป็นสิ่งที่ไม่ดีนะครับ) พอเริ่มเข้าสู่วัยมัธยมต้นก็ได้ย้ายเข้าไปเรียนในอำเภอเมืองที่อยู่ไกลออกไป โรงเรียนมัธยมต้นของผมเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด เมื่อเข้าไปเรียนช่วงแรกต้องขอบอกว่าเป็นช่วงที่ค่อนข้างตรึงเครียดที่สุดครับ นักเรียนทุกคนส่วนใหญ่ในห้องผมมาจากโรงเรียนประถมประจำจังหวัด พื้นฐานการศึกษานั้นช่างแตกต่างกับผมสิ้นเชิง ด้วยการคาดหวังในตัวเด็กของอาจารย์โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ ทำให้ข้อสอบนั้นยากมาก และไม่ค่อยสอนพื้นฐาน เน้นสั่งแต่โจทย์ให้ทำ และแน่นอนว่าเกือบจะมีผมคนเดียวที่ทำไม่ได้เลย ชนิดที่ว่ากลับบ้านไปทำการบ้านได้แต่นั่งมองปกหนังสืออย่างเดียว แล้วก็บ่นๆ ระบายความเครียดให้พ่อแม่ฟังครับ ครั้นจะหาตัวช่วยเป็นการเรียนพิเศษ พวกเราก็ต้องปลง บ้านอยู่ไกล ฐานะทางการเงินไม่เอื้อต่อการเดินทางเข้าไปเรียนพิเศษในเมืองอย่างคนอื่นเขา ผมค่อนข้างเข้าใจสถานณการณ์ดี ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ทางเดียวคือพยายามด้วยตัวเองครับ จริงๆแล้วผมไม่ค่อยตั้งความหวังอะไรมากกับการเรียนนับตั้งแต่วันนั้น พยายามอ่านและจำวิธีทำ ทำโจทย์ง่ายๆซ้ำๆวนๆ และเรียนรู้ที่ทำคะแนนให้เพียงพอที่จะสอบผ่านในห้องเรียนก็พอแล้ว การทำคะแนนได้อันดับต้นๆนั้นลืมไปเสียดีกว่าครับ แล้วก็เป็นแบบนั้นเรื่อยไปจนจบ ม2 แบบล้มลุกคลุกคลาน แต่จุดไคลแมกมันอยู่ตอน ม3

กรณีศึกษาต่อไปนี้เป็นบทเรียนหนึ่งที่สามารถตอบคำถามได้ว่า ทำไมต้องเรียนพิเศษ และติวเตอร์ช่วยอะไร ก่อนที่ผมจะเดินทางมาศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น ได้มีโอกาสทิ้งท้ายสอน น้องมิว ซึ่งเป็นการสอนวิชาคณิตศาสตร์เพื่อสอบเข้า ม. 1 ก่อนที่ผมจะได้มีโอกาสไปสอนน้องคนนี้ น้องได้ผิดหวังจากการสอบเข้าห้องพิเศษของโรงเรียนสามเสนมาแล้ว 1 รอบ จากการพบปะครั้งแรก พฤติกรรมที่ซนมากๆ และไม่อยู่นิ่ง ทำให้ผมนึกถึงเพื่อนหลายๆคนที่ประสบความสำเร็จกับการเรียน แต่อยู่นิ่งกับอะไรนานๆไม่ค่อยเป็นเช่นเดียวกับน้องคนนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นเด็กซนถึงจะเรียนได้ดีนะครับ แต่ละคนย่อมมีรูปแบบของตัวเองแตกต่างกันไป เพื่อนผมบางคนนิ่งมากๆก็สยบทุกความเคลื่อนไหวได้เหมือนกัน มาเข้าเรื่องดีกว่าครับ ผมเริ่มด้วยการดูโจทย์ของโรงเรียนสามเสนที่เขาว่ายาก ความจริงๆแล้วก็คงรู้สึกยากถ้าไม่เคยเจอโจทย์ที่ไหนมาก่อน เพราะว่าเป็นโจทยคล้ายกับแนวโจทย์ของสมาคมคณิตศาสตร์ ม.ต้น เมื่อปีเก่าๆ (เพราะปีเก่าๆจะง่ายกว่าปัจจุบัน) รวมไปถึงโจทย์สอบแข่งขันของ สสวท. ระดับประถม ผมลองเริ่มให้น้องเริ่มต้นทำข้อที่คิดว่าถ้าไม่เคยเจอมาก่อนก็คงทำไม่ได้ (จากประสบการณ์ โจทย์บางข้อออกแบบมาเพื่อทางลัดมากกว่าทางตรงจริงๆ ถ้าไม่เคยเจอก็แย่เหมือนๆกันหมดครับ) แน่นอนว่าข้อแรกน้องเขาก็ทำไม่ได้ผมต้องเฉลยให้ดู จากนั้นวิธีการของผมก็คือเลือกโจทย์แนวเดียวกัน แต่ปรับให้แปลกตานิดหน่อย หรือต้องตีความให้ออกว่ามันคือโจทย์แนวเดียวกัน เพื่อที่จะทดสอบว่าน้องคนนี้ จะนำสิ่งที่เคยได้พบในข้อก่อนหน้ากลับมาปรับใข้ได้เร็วขึ้นขนาดไหน

ความไว้วางใจของผู้ปกครอง และน้องๆนักเรียน ส่งผลให้ upupgradetutor เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เริ่มต้นกันที่ต้นเดือนมิถุนายนของปีนี้ จากการแนะนำ บอกกล่าวกันปากต่อปาก ของนักเรียน และผู้ปกครอง ทำให้มีรายการของช่อง 3 Family ถึง 3 รายการ ติดต่อเชิญสถาบัน upupgradetutor ของเราไปเข้าร่วมรายการ ซึ่งภายหลังจบรายการทุกรายการ มีผู้ปกครองและนักเรียนให้ความสนใจโทรมาสอบถามรายละเอียด และสมัครเรียนกับทางเราเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ทีมบริหารงานได้เพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์สถาบันผ่าน Website จากเดิมที่มีเฉพาะ Instragram เพื่ออำนวยความสะดวกให้ท่านผู้ปกครองได้เข้าเยี่ยมชม ติดตามข้อมูล และรายละเอียดการเรียนได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น Website ของเราเปิดตัวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้ ตลอดระยะเวลาประมาณเกือบ 5 เดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้เข้าชม Website ต่อสัปดาห์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆดังรูป ไม่เพียงแค่ Website ทางทีมผู้นำติวเตอร์ยังได้สร้างช่องทางเพื่อให้ข้อมูลความรู้รอบตัว แนะแนวหรือข่าวสารทางการศึกษา สอนภาษาอังกฤษจากภาพ แก่น้องๆที่สนใจฟรี

ผลวิจัยชี้ จบเกียรตินิยม ไม่ช่วยให้ทำงานเก่ง หรือประสบความสำเร็จในชีวิต แต่กลับเป็นทักษะทางด้านดนตรี กีฬา และงานอดิเรก ที่ช่วยเพิ่มพัฒนาความสามารถในการทำงาน            เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 รศ.ดร.อรรณพ  ตันละมัย คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ทางวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับจ็อบท็อปกัน และซูเปอร์เรซูเม่ ทำการสำรวจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทักษะที่ได้จากการเล่นดนตรี กีฬา งานอดิเรก กับทักษะความสามารถในการทำงาน ปรากฏว่า ดนตรี กีฬา งานอดิเรก มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาทักษะความสามารถในการทำงาน สูงถึง 90%            รศ.ดร.อรรณพ กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ผลสำรวจเป็นเช่นนี้ เนื่องจากการทำกิจกรรมการเล่นดนตรี เล่นกีฬา หรือแม้แต่กิจกรรมงานอดิเรกอื่น ๆ นั้น เป็นการสร้างเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม            เผยผลการจัดอันดับ สุดยอดมหาวิทยาลัยแห่งเอเชีย พบมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ครองแชมป์ ด้าน 3 มหาวิทยาลัยไทย ไต่อันดับขึ้น มหาวิทยาลัยมหิดล รั้งอันดับ 40 สูงสุดในไทย            วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 Quacquarelli Symonds (QS) สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลก เผยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ระดับเอเชีย ประจำปี 2557 จากการประเมินผลมหาวิทยาลัยชั้นนำ 300 แห่งในประเทศเอเชีย โดยพบว่าสถาบันการศึกษาชั้นนำของไทยที่มีการขยับอันดับขึ้นจากปีก่อนนั้น ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยมหิดล ขยับขึ้น 2 อันดับมาอยู่ในอันดับที่ 40, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขยับขึ้น 6 อันดับมาอยู่ในอันดับที่ 92 และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม          เกาหลีใต้ผงาดครองแชมป์ประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก ส่วนไทยอยู่อันดับที่ 35          เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 ดิ อิโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนท์ ยูนิต (Economist Intelligence Unit)  ได้เปิดเผยอันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก ชี้ชัดประเทศในเอเชียมาแรงแซงหน้าสแกนดิเนเวีย เมื่อเกาหลีใต้ผงาดขึ้นแท่นแชมป์ ตามด้วยญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง (จีน) ที่ครองอันดับ 2, 3 และ 4 ส่วนไทยอยู่ที่อันดับ 35 ในปีนี้          รายงานระบุว่า ผลการจัดอันดับดังกล่าว ตัดสินจากผลการทดสอบระดับนานาชาติ รวมถึงผลสำรวจด้านการศึกษา พบว่า ประเทศแถบสแกนดิเนียเวียและยุโรปเป็นรองประเทศในเอเชียอย่างเกาหลีใต้ จีน สิงคโปร์ และญี่ปุ่น โดยผลการจัดอันดับ 40 ประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลกประจำปี 2014 ปรากฏออกมาดังนี้          1. เกาหลีใต้         

ละครเวทีการกุศลรามาดราม่า ครั้งที่ 7 เรื่อง "บรรทัดสุดท้าย"         เตรียมพบกับ "บรรทัดสุดท้าย" ละครเวทีการกุศล ผลงานของเหล่านักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายน 2557 ณ หอประชุมอารี วัลยะเสวี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี        "บรรทัดสุดท้าย" ละครเวทีการกุศลรามาดราม่า ครั้งที่ 7 เป็นเรื่องราวของการต่อสู้เพื่อแย่งชิงความจริง ว่าแต่ความจริงครั้งนี้จะถูกบันทึกไว้ว่าเช่นไรนั้น คงต้องไปรอลุ้นพร้อม ๆ กัน        ผู้ที่สนใจชม "บรรทัดสุดท้าย" ละครเวทีการกุศลรามาดราม่า ครั้งที่ 7 สามารถเริ่มจับจองบัตรกันได้แล้วจ้า โดยมีกำหนดเวลา พร้อมราคาบัตรในแต่ละรอบที่เปิดการแสดง ดังนี้           วันที่ 6 มิถุนายน

ค่ายวิทยาศาสตร์ครั้งที่ 12 (Sci-Camp #12) @KMUTT           สุดยอดของความโหด มัน ฮาให้กับน้อง ๆ ชั้นมัธยมปลายที่สนใจในวิทยาศาสตร์หรรษา การกลับมาของพวกเราครั้งนี้จะสุดมันเป็นทวีคูณแน่นอน!!           สโมสรนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) ได้ จัดค่ายวิทยาศาสตร์ครั้งที่ 12 ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนสาขาวิทยาศาสตร์ได้ฝึก ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในแขนงต่าง ๆ นอกเหนือจากในห้องเรียน และเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจศึกษาต่อในสาขาวิทยาศาสตร์ต่อไป           ค่ายวิทยาศาสตร์ครั้งที่ 12 (Sci-Camp #12) @KMUTT จัดขึ้นใน วันที่ 29 พ.ค. - 1 มิ.ย. 2557 (4 วัน 3 คืน) ณ