สมัครเรียนพิเศษ โทร. 080-235-9724

Line id: natpisa.ki

Image Alt

สอนพิเศษตามบ้าน Tag

  /  Posts tagged "สอนพิเศษตามบ้าน"

สอบเข้า ม.4 คือ สะพานทอดเข้าสู่มหาวิทยาลัย เคยเกิดคำถามไหมครับว่า ทำไมคะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงถึงได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศในการสอบ admissionต่างๆ ไม่ใช่สูงกว่าธรรมดานะครับ บางครั้งสูงกว่ามากถึง2-3เท่าตัว มาตรฐานการสอนหรือความกระตือรือร้นในการสอนของอาจารย์ในโรงเรียนต่างๆที่ไม่เท่าเทียมกันอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามถ้ามองให้ลึกลงไปจะเห็นว่าทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากสังคม สังคมของการเรียนรู้ที่เกิดจากการรวมตัวกันของคนใฝ่รู้ ซึ่งในโรงเรียนใหญ่ และมีชื่อเสียง สังคมการเรียนรู้จะค่อนข้างแข็งแรง นั่นทำให้อาจารย์ผู้สอน หรือผู้ปกครองต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ สมัยที่ผมกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ห้อง Gifted Science ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา บรรยากาศภายในห้องเรียนคือทุกคนเป็นคนใฝ่เรียนรู้ อาจารย์ผู้สอนก็ต้องออกแรงสอนเนื้อหาให้เข้มข้น เพราะเด็กเหล่านี้สามารถรับความรู้ในระดับ ม ปลาย ได้อย่างไร้ข้อจำกัด ข้อสอบก็ยากขึ้นตามความสามารถของเด็กไปด้วย สิ่งที่ตามมาเด็กอย่างพวกเราจึงเตรียมความพร้อมเพื่อให้ทำข้อสอบได้อยู่ตลอกเวลา ข้อสอบในโรงเรียนเหล่านี้ยากเท่ากับ หรือมากกว่าข้อสอบต่างๆของ admission ความยากของข้อสอบได้ขัดเกลาฝีมือการตีโจทย์ของพวกเราตลอดสามปีในชั้นมัธยมปลาย ข้อสรุปสั้นๆคือนักเรียนได้ถูกพัฒนาให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในประเทศด้วยข้อสอบที่ยากมากอยู่ตลอดเวลา แล้วทำไมถึงบอกว่าเป็นสะพานทอดเข้าสู่มหาวิทยาลัย? ช่วงเวลาที่ผมเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผมเห็นเพื่อนหลายคนที่มุ่งมั่นเข้าเรียนคณะแพทย์ก็เตรียมตัวไม่มากนักเมื่อเทียบกับเพื่อนๆที่อยู่โรงเรียนที่เรียนง่าย และสอบวัดผลง่ายมาตลอด สำหรับผมที่ตั้งใจจะเข้าคณะวิศวะซึ่งมีการแข่งขันที่น้อยกว่าคณะแพทย์ แทบจะไม่ต้องอ่านหนังสือทบทวนพื้นฐานเลย เพราะตลอดเวลาสามปีใน

2. โครงการ วมว. โครงการ วมว. จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพกลุ่มนักเรียนซึ่งมีความสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยยึดหลักสูตรและการบริหารตามแบบฉบับของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ซึงเป็นต้นแบบที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในปัจจุบัน โครงการ วมว. จะจัดตั้งห้องเรียนพิเศษขึ้นตามภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศไทย โดยแต่ละห้องเรียนจะอยู่ภายใต้การช่วยกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย ณ ปัจจุบัน มีห้องเรียนพิเศษที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 18 ห้อง แต่ละห้องมีผู้เรียน 30 คน ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม - โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยนเรศวร - โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยพะเยา - โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยพะเยา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแกน - โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแกน ฝายมัธยมศึกษา (ศึกษาศาสตร) มหาวิทยาลัยขอนแกน - โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแกน ฝายมัธยมศึกษา (มอดินแดง) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี – โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม - โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝายมัธยม) มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี- โรงเรียนลือคําหาญวารินชําราบ ภาคกลางและภาคตะวันตก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร วิทยาเขตกําแพงแสน –

เรียนฟรีพร้อมการพัฒนาศักยภาพนักเรียนอย่างเข้มข้น (ตอนที่1) เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป พัฒนาการทางด้านการศึกษาตามโรงเรียนต่างๆย่อมก้าวหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งโรงเรียนที่สนับสนุนการเรียนการสอน กิจกรรม ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือ วิศวกรรม อย่างเข้มข้น การสนับสนุนดังกล่าวรวมไปถึงค่าเล่าเรียน กินอยู่อาศัยแบบโรงเรียนประจำโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ บทความชุดนี้จะทำการแนะนำภาพรวมของตัวอย่างโรงเรียนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกสอบเข้าโรงเรียนที่เหมาะสมกับตัวของผู้เรียนมากที่สุด 1. โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนที่ถือว่าเป็นต้นแบบ และมีชื่อเสียงมากเป็นลำดับต้นๆในบรรดาโรงเรียนมัธยมปลายทั่วประเทศ โรงเรียนแห่งนี้ได้งบประมาณสนับสนุนต่อหัวนักเรียนอย่างมหาศาล มากขนาดไหนอาจจะจินตนาการไม่ออก ผมจะขอยกตัวอย่างที่จับต้องได้ เช่น นักเรียนทุกคนมี notebook ให้ใช้เป็นส่วนตัว, มีโรงภาพยนตร์เป็นของโรงเรียนเอง, สนับสนุนโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงาน ประชุมวิชาการต่างประเทศ, ห้องวิจัยที่มีเครื่องมือ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยทัดเทียมบางห้องทดลองตามมหาวิทยาลัย, บุคคลากรครูถูกคัดสรรด้วยมาตรฐานที่สูงพร้อมค่าตอบแทนที่สูงจึงได้ครูที่มีความสามารถในระดับสูงเข้ามาจัดการเรียนการสอน เป็นต้น เนื่องด้วยความพร้อมในการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของทางโรงเรียน รวมไปถึงเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ผู้ปกครองจำนวนมากจึงเล็งเห็นว่าโรงเรียนแห่งนี้สามารถพัฒนาศักยภาพของบุตรหลานได้อย่างก้าวกระโดด และได้เปรียบในสนามสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยหลังจบการศึกษา   อย่างไรก็ตามเนื่องด้วยโรงเรียนเป็นที่ดึงดูดของผู้ปกครอง และนักเรียนทั่วประเทศ การแข่งขันในการสอบเข้าจึงค่อนข้างสูง และมีการสอบถึงสองรอบเพื่อคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพียงแค่จำนวน 240

เรียนพิเศษออนไลน์ เรียนพิเศษผ่าน skype ในช่วงปีการศึกษา 2556 ทางทีมงานของ upupgradetutor ได้เริ่มมีการผลักดันให้การเรียนการสอนออนไลน์เป็นทางเลือกลำดับแรกๆของเด็กต่างจังหวัดที่ให้ความสนใจในสถาบันของเรา การบอกต่อ และความประทับใจของทั้งตัวผู้เรียน และผู้ปกครองทำให้สถาบันของเราก้าวขึ้นเป็นอันดับต้นๆในใจเด็กๆ ไม่ใช่เพียงแค่การเรียนออนไลน์เท่านั้น การสอนตามห้าง บ้าน และโรงเรียน ก็ยังได้รับการยอมรับอย่างก้าวกระโดดเช่นเดียวกัน แต่ในบทความนี้ทางทีมงานจะขอบรรยายโดยมุ่งเน้นไปถึงภาพรวมของการเรียนออนไลน์ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ด้วยคำค้นหาที่ติดอันดับหนึ่งบน google สำหรับการเรียนสด ตัวต่อตัว หรือกลุ่มเพื่อน ผ่าน skype หรือ VDO line ทำให้ในปีการศึกษา 2557 ที่พึ่งผ่านมานี้ ทางสถาบันได้รับเชิญให้ออกรายการโทรทัศน์ของช่อง3 มากถึง 3 รายการ (ท่านสามารถชม youtube ตัวอย่างรายการที่เราได้ไปถ่ายทำได้ที่ด้านบนของหน้าเวบไซด์นี้) การเรียนการสอนผ่านช่องทางออนไลน์ถือได้ว่าเป็นการนำนวัตกรรมที่ก้าวหน้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ ปัจจุบันเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสารทางไกลโดยเฉพาะระบบอินเทอร์เนตความเร็วสูงได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ต่างจังหวัดที่ไกลจากเมืองหลวงมากก็ยังมีความเร็วของสัญญาณที่พอเพียงต่อการเรียนการสอน จากการสำรวจข้อมูลทางสถิติ ปริมาณงานที่มีนักเรียนมาสมัครเรียนกับ upupgradetutor

เรียนกันข้ามโลก ติวเตอร์ไทยค่าสอนถูกแต่ฝีมือระดับโลก เนื่องด้วยทางทีมงานเล็งเห็นปริมาณผู้เยี่ยมชม website จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยระยะเวลาไม่ถึงปีที่ผ่ามามีผู้เข้าชมกว่า 41 ประเทศทั่วโลก                  ทีมงานของเราคาดว่ายอดผู้เข้าชมมาจากนักเรียนไทยที่ย้ายไปเรียนต่างประเทศ และยังมีความลำบากในการปรับตัว ต้องการติวเตอร์ส่วนตัวเพื่อช่วยให้ชีวิตการเรียนนั้นง่ายขึ้น ปรับตัวได้เร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ตามค่าครองชีพในบางประเทศนั้นสูงมาก ค่าเรียนพิเศษจึงสูงตามไปด้วย หรือบางประเทศการสอนพิเศษยังไม่เป็นที่นิยม นักเรียนไทยเหล่านี้จึงหันมาลองค้นหาช่องทางการเรียนพิเศษกับติวเตอร์ไทย ด้วยการเรียนผ่านช่องทางของโลกออนไลน์อย่าง skype หรือ VDO line เป็นต้น                  แต่นักเรียน หรือผู้ปกครองหลายท่าน อาจจะยังมีคำถามในใจว่า ติวเตอร์ไทยสามารถสอนให้เข้ากับหลักสูตรต่างประเทศได้หรือไม่ ผมขอตอบได้ทันทีเลยครับว่า ได้แน่นอน โดยมากข้อสอบโรงเรียนระดับแนวหน้าของไทยนั้นยากยิ่งกว่าข้อสอบของต่างประเทศเสียอีก ผมจะลองหยิบยกตัวอย่างความสำเร็จมาหนึ่งตัวอย่างดังด้านล่างนี้ครับ จากบทสนทนาดังกล่าว น้องนักเรียนนั้นย้ายไปเรียนที่ประเทศแคนนาดา

สำหรับใครที่อยากอยู่ในโรงเรียนที่ดี มีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะการศึกษาดีขึ้น หรืออยากอยู่ในมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ก่อนผู้เรียนจะไปถึงจุดนั้นได้นั้นต้องอาศัยการฝ่าฟันทำข้อสอบ แข่งกับตนเองและผู้อื่นเพื่อให้สอบติดโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยในฝันได้ตามที่คาดหวัง ซึ่งการสอบนั้นสิ่งที่ยาก ไม่ว่าจะเป็นวิชาพื้นฐานอย่าง วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคม ซึ่งเป็นวิชาที่ทุกคนทุกระดับชั้นต้องสอบ ต้องเจอและต้องผ่านมันไปให้ได้ ถึงแม้วิชาเหล่านี้จะยากและเราก็สามารถผ่านมันไปได้ ผู้เรียนจงท่องไว้ว่าไม่เคยมีใครตายไปพร้อมกองหนังสือแน่นอน ทั้งนี้ทั้งนั้นวิชายากๆต่างๆที่ผู้ เรียนไม่สามารถฝึกฝนและยากเกินกว่าจะทำมันคนเดียว ผู้เรียนจะไม่ต้องขวนขวายเทคนิคเองอีกต่อไป เพราะมีทีมงานพี่ติวเตอร์คุณภาพจากมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ มหิดล (ปริญญาตรี โท เอก) เป็นต้น ซึ่งเป็นพี่ๆที่เคยผ่านข้อสอบนั้นมาแล้ว ทำให้ติวจ้อสอบได้ตรงจุด มีเทคนิคลัดที่ทำให้ผู้เรียนทำโจทย์ได้เร็วกว่าเพื่อนถึง2เท่าเป็นอย่างน้อย ด้วยเหตุนี้เองทำให้คะแนนของผู้เรียนเพิ่มขึ้นและเพิ่มจนกระทั่งสอบติดในที่สุด สุดท้ายผู้เรียนก็ทำตามความฝันให้เป็นจริงได้ไม่ยาก แค่ผู้เรียนเริ่มที่จะลองหาสิ่งใหม่ๆให้ชีวิต

ย้อนกลับไปเมื่อผมยังเด็ก ผมเป็นเด็กบ้านนอก อยู่ต่างจังหวัด และไม่ใช่อำเภอเมือง อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 30กิโลเมตรเห็นจะได้ การเรียนในโรงเรียนประถมนั้นสุดแสนจะง่าย การเตะฟุตบอล และแอบออกไปเล่นเกมส์ นั้นเป็นเรื่องหลักของการใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียน (เป็นสิ่งที่ไม่ดีนะครับ) พอเริ่มเข้าสู่วัยมัธยมต้นก็ได้ย้ายเข้าไปเรียนในอำเภอเมืองที่อยู่ไกลออกไป โรงเรียนมัธยมต้นของผมเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด เมื่อเข้าไปเรียนช่วงแรกต้องขอบอกว่าเป็นช่วงที่ค่อนข้างตรึงเครียดที่สุดครับ นักเรียนทุกคนส่วนใหญ่ในห้องผมมาจากโรงเรียนประถมประจำจังหวัด พื้นฐานการศึกษานั้นช่างแตกต่างกับผมสิ้นเชิง ด้วยการคาดหวังในตัวเด็กของอาจารย์โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ ทำให้ข้อสอบนั้นยากมาก และไม่ค่อยสอนพื้นฐาน เน้นสั่งแต่โจทย์ให้ทำ และแน่นอนว่าเกือบจะมีผมคนเดียวที่ทำไม่ได้เลย ชนิดที่ว่ากลับบ้านไปทำการบ้านได้แต่นั่งมองปกหนังสืออย่างเดียว แล้วก็บ่นๆ ระบายความเครียดให้พ่อแม่ฟังครับ ครั้นจะหาตัวช่วยเป็นการเรียนพิเศษ พวกเราก็ต้องปลง บ้านอยู่ไกล ฐานะทางการเงินไม่เอื้อต่อการเดินทางเข้าไปเรียนพิเศษในเมืองอย่างคนอื่นเขา ผมค่อนข้างเข้าใจสถานณการณ์ดี ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ทางเดียวคือพยายามด้วยตัวเองครับ จริงๆแล้วผมไม่ค่อยตั้งความหวังอะไรมากกับการเรียนนับตั้งแต่วันนั้น พยายามอ่านและจำวิธีทำ ทำโจทย์ง่ายๆซ้ำๆวนๆ และเรียนรู้ที่ทำคะแนนให้เพียงพอที่จะสอบผ่านในห้องเรียนก็พอแล้ว การทำคะแนนได้อันดับต้นๆนั้นลืมไปเสียดีกว่าครับ แล้วก็เป็นแบบนั้นเรื่อยไปจนจบ ม2 แบบล้มลุกคลุกคลาน แต่จุดไคลแมกมันอยู่ตอน ม3

กรณีศึกษาต่อไปนี้เป็นบทเรียนหนึ่งที่สามารถตอบคำถามได้ว่า ทำไมต้องเรียนพิเศษ และติวเตอร์ช่วยอะไร ก่อนที่ผมจะเดินทางมาศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น ได้มีโอกาสทิ้งท้ายสอน น้องมิว ซึ่งเป็นการสอนวิชาคณิตศาสตร์เพื่อสอบเข้า ม. 1 ก่อนที่ผมจะได้มีโอกาสไปสอนน้องคนนี้ น้องได้ผิดหวังจากการสอบเข้าห้องพิเศษของโรงเรียนสามเสนมาแล้ว 1 รอบ จากการพบปะครั้งแรก พฤติกรรมที่ซนมากๆ และไม่อยู่นิ่ง ทำให้ผมนึกถึงเพื่อนหลายๆคนที่ประสบความสำเร็จกับการเรียน แต่อยู่นิ่งกับอะไรนานๆไม่ค่อยเป็นเช่นเดียวกับน้องคนนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นเด็กซนถึงจะเรียนได้ดีนะครับ แต่ละคนย่อมมีรูปแบบของตัวเองแตกต่างกันไป เพื่อนผมบางคนนิ่งมากๆก็สยบทุกความเคลื่อนไหวได้เหมือนกัน มาเข้าเรื่องดีกว่าครับ ผมเริ่มด้วยการดูโจทย์ของโรงเรียนสามเสนที่เขาว่ายาก ความจริงๆแล้วก็คงรู้สึกยากถ้าไม่เคยเจอโจทย์ที่ไหนมาก่อน เพราะว่าเป็นโจทยคล้ายกับแนวโจทย์ของสมาคมคณิตศาสตร์ ม.ต้น เมื่อปีเก่าๆ (เพราะปีเก่าๆจะง่ายกว่าปัจจุบัน) รวมไปถึงโจทย์สอบแข่งขันของ สสวท. ระดับประถม ผมลองเริ่มให้น้องเริ่มต้นทำข้อที่คิดว่าถ้าไม่เคยเจอมาก่อนก็คงทำไม่ได้ (จากประสบการณ์ โจทย์บางข้อออกแบบมาเพื่อทางลัดมากกว่าทางตรงจริงๆ ถ้าไม่เคยเจอก็แย่เหมือนๆกันหมดครับ) แน่นอนว่าข้อแรกน้องเขาก็ทำไม่ได้ผมต้องเฉลยให้ดู จากนั้นวิธีการของผมก็คือเลือกโจทย์แนวเดียวกัน แต่ปรับให้แปลกตานิดหน่อย หรือต้องตีความให้ออกว่ามันคือโจทย์แนวเดียวกัน เพื่อที่จะทดสอบว่าน้องคนนี้ จะนำสิ่งที่เคยได้พบในข้อก่อนหน้ากลับมาปรับใข้ได้เร็วขึ้นขนาดไหน